วิวัฒนาการ สมาร์ทโฟน

วิวัฒนาการ สมาร์ทโฟน ในสมัยนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่คนถูๆไถๆหน้าจอโทรศัพท์ไม่ว่าจะเป็น ซัมซุง ไอโฟน วีโว่ ออปโป้ และอื่นๆ จะคุยกันก็ต้องนัดกันทางไลน์ ไม่ก็แชทเฟส

อยากเห็นหน้าก็ สไกป์ หรือไม่ก็ เฟสไทม์ อยากให้คนติดตามก็ต้อง ไลฟ์เฟสบุ๊ก ซึ่งปัจจุบันแค่มือถือเพียงเครื่องเดียวนั้นทำได้หลายต่อหลายอย่าง แต่ถ้าเราย้อนกลับไปในสมัยก่อน สมัยที่เรายังใช้โทรศัพท์มือถือแค่รับสาย และ โทรออกซึ่งถ้าจะเทียบกับสมัยนี้อะไรๆก็ดูจะง่ายแสนง่ายไปซะหมดเราลองมาย้อนอดีตตามหา สมาร์ทโฟน ที่เริ่มจะเป็นยุคเกือบปัจจุบันกันดีกว่า ว่าเราเคยผ่านยุคไหนมาบ้าง จากอดีตถึงปัจจุบันของ…เจ้าเครื่องมือสื่อสาร

1. ยุค 1G
ที่เรียกยุคนี้ว่ายุค 1G ก็เพราะว่ายุคนี้เป็นยุคแรกที่มีการสื่อสารในรูปแบบแค่การโทรเข้าและโทรออกเท่านั้นซึ่งจะใช้งานได้เฉพาะ ในตัวเมืองใหญ่ๆเท่านั้น รูปลักษณ์ภายนอกก็ดูใหญ่เทอะทะ เป็นรุ่นพกพารุ่นแรกที่ดูเหมือนกับการนำกระดูกหมูติดตัวไปไหนมาไหนอีกต่างหาก มือถือในยุคนี้นั้นมักเรียกกันว่ามือถือ “กระดูกหมู” ใช้งานในระบบแบบอนาล็อก แต่ยุคนี้ก็มีการพัฒนาเรื่อยๆจนมีการตอบสนองในการโทรเคลื่อนที่ได้อย่างสมบรูณ์และในยุคนี้นั้นในส่วนที่ชาร์จจะเป็นรูปแบบของสายชาร์จแบตเตอร์รี่แบบเสียบในรถได้อีกด้วย ถือเป็นความนิยมในหมู่คนขับรถระยะทางไกลเพื่อติดต่อประสานงาน แล้วยังเป็นการเริ่มต้นในการใช้อุปกรณ์ประเภทนี้ต่อพ่วงในรถยนต์มาจนถึงยุคนี้อีกด้วย

2. ยุค 2G
เนื่องจากในยุคนี้กลุ่มผู้ใช้ จะมีความหลากหลายในการเลือกใช้โทรศัพท์และมีการบริการในด้านต่างๆเพิ่มมากขึ้น มีการรับส่งการสื่อสารได้มากว่าการโทรเข้าและโทรออก คือการเพิ่มฟังก์ชั่นที่แปลกใหม่เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้สนใจมากขึ้น เพิ่มฟังก์ชั่นในการส่งข้อความ หรือการให้บริการทางด้านข้อมูลต่างๆ เช่น การดาวน์โหลด รูปภาพกราฟฟิคมา ใช้บนหน้าจอโทรศัพท์ หรือการโหลด ริงโทนมาใช้ การทำเสียงเพลงรอสาย นับว่ายุคนี้เป็นยุคที่เฟื่องฟูมากสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องการรับส่งข้อมูลได้ไม่มากนัก และยังอยู่ในระดับต่ำสำหรับยุคนี้

3. ยุค 2.5G
เป็นยุคที่กำลังเริ่มพัฒนาระบบ 2G ไปยัง 3G เพราะมีการเปลี่ยนแปลงจอแสดงภาพจากหน้าจอขาวดำเป็นลักษณะจอสี ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีในระบบGPRS มาลองใช้กับโทรศัพท์ในยุคนี้ เช่นการเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านระบบGPRS เป็นความแปลกใหม่ที่ต่างจากการรับส่งข้อความและยังเปิดโลกกว้างให้กับ ผู้ใช้ที่สนใจในการใช้มือถือในรุ่นที่ใหม่ขึ้นและเริ่มมีการเปลี่ยนความสนใจจากการส่งในระบบ SMS เป็นระบบ MMS แต่การส่งรูปภาพในแบบ MMS นั้นจะเปลืองเงินมากเพราะการส่งรูประบบนี้นั้น ในแต่ละครั้งจะเสียค่าบริการถึงครั้งละ15บาทเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเปลี่ยนจากเสียงเรียกเข้าแบบ Mono tone เป็นแบบ Polyphonic นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอีกยุคหนึ่งเช่นกัน

4. ยุค 2.75G
ถือว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่สำหรับสมาร์ทโฟนยุคนี้ เพราะว่าในยุค 2.75G จะพัฒนาในด้านการเปลี่ยนจากระบบ GPRS มาเป็นในระบบEDGE นั่นเอง ซึ่งเป็นช่วงพัฒนาต่อยอดของ EDGE ในครั้งนี้จะมีความเร็วในการส่งข้อมูลได้มากกว่า GPRS ประมาณ 3เท่าหรือมีความเร็วสูงสุดประมาณ 384 kbps แต่มีความเร็วในการใช้งานจริงประมาณ 80-100 kbps อาจเร็วกว่าการเล่นอินเตอร์เน็ตแบบเก่า แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ดีมาก เพราะระบบอยู่ในช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านเพื่อเข้าสู่ยุค 3G ที่โฆษณาตามหน้าจอ ทีวีในสมัยนั้น ที่ว่า เมื่อเปลี่ยนมาใช้ 3G แล้วจะรวดเร็วขึ้นอย่างแน่นอน แต่ยังไงก็ยังถือว่าในยุคของ 2.75G มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นเพื่อส่งผ่านไปถึงในยุคต่อไป

5. ยุค 3G
สำหรับยุคนี้ก็เป็นอีกยุคที่ได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และมีความหลากหลายในการได้เลือกใช้โทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็น IPhone BlackBerry ที่กำลังมาแรงมาก ในยุคนั้น เป็น เทคโนโลยีที่ผสมผสานในการรับส่งข้อมูลต่างๆ การใช้อินเตอร์เน็ตแบบเชื่อมต่อ ข้อมูลในระบบไร้สาย (Wireless) แถมยังมีการถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วกว่ายุคของ 2.75G ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนแบบ บลูทูธ หรือการส่งข้อมูล ทาง MMS ระบบเสียงเรียกเข้าแบบ MP3 รับส่งไฟล์ที่ใหญ่ขึ้นได้ เช่น การดาวน์โหลดเพลง หรือ การวีดีโอคอนเฟอเร้นซ์ และการพัฒนาแอปพลิเคชั่นต่างๆ ไปในทิศทางที่ดีขึ้นแถมยังมีการสื่อสารได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการส่งไลน์ ติดต่อทางเฟสบุ๊ก ทวิตเตอร์ วอทแอป สแนปแชท ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายช่องทาง รวมไปถึงการให้บริการ Mobile banking เช่น การโอนเงิน เช็คยอดเงิน ซื้อขายของ ซึ่งจะทำให้ชีวิตสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้นด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงเครื่องเดียว แค่นี้คุณก็สามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วทันใจแล้วค่ะ

6. ยุค 4G
ยุค 4G เป็นยุคปัจจุบันที่ใครหลายคนเฝ้ารอว่าความก้าวหน้าในทางเทคโนโลยี หรือ ประสิทธิภาพในการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบระบบกันอยู่ว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด สำหรับการพัฒนาระบบในครั้งนี้ ว่ากันว่าโทรศัพท์มือถือในยุค 4G นี้จะสามารถสนับสนุน แอปพลิเคชั่นที่ต้องการแบนด์วิธสูงเช่น ความจริงเสมือน 3 มิติ (3D virtual reality) หรือ ระบบวิดีโอที่โต้ตอบได้ (interactive video) อีกด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าติดตามมากสำหรับชาวไอทีที่กำลังเกาะติดสถานการณ์นี้อยู่เช่นกัน

นับว่าวิวัฒนาการของสมาร์ทโฟนในยุคต่างๆ ที่เรานำเอามาเสนอให้ทุกท่าน เหมือนกับการได้ย้อนกลับไปรำลึกถึงความหลังที่ว่าเราผ่านการติดต่อสื่อสารแบบใดมาแล้วบ้าง เพราะในแต่ละยุคก็ย่อมมีการพัฒนาการที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลที่มีความรวดเร็วขึ้น ติดต่อสื่อสารก็สะดวกและใช้ได้หลายช่องทางอีกด้วย

credit: https://www.potatotechs.com/