ล้างแอร์ด้วยตัวเองง่ายๆ เสร็จใน 30 นาที

ประเด็นหลัก
• การล้างแอร์เป็นการทำลายแหล่งสะสมของเชื้อโรค ที่เป็นต้นเหตุของระบบทางเดินหายใจ หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ จะยิ่งมีผลเสียต่อสุขภาพ เราจึงควรมั่นทำความสะอาดแอร์อย่างสม่ำเสมอ เครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกันแทบทุกบ้าน เนื่องด้วยสภาพอากาศร้อน ยิ่งร้อนก็ยิ่งใช้ ยิ่งใช้บ่อยมากเท่าไหร่ก็กลายเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกมากเท่านั้น อีกทั้งยังทำให้กินไฟมากกว่าปกติ ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ใครที่รู้สึกว่าแอร์ที่บ้านเริ่มไม่เย็น วันนี้ GURABAAN มีวิธีล้างแอร์แบบง่ายๆ ด้วยตนเองมาฝาก จะง่ายแค่ไหนไปดูกันค่ะ

ภัยจากเครื่องปรับอากาศ

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย ให้ความเห็นว่า เครื่องปรับอากาศที่ใช้กันเพื่อคลายร้อนก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียลิจิโอเนลลา นิวโมฟิวลา ซึ่งหากหายใจเอาฝอยละอองน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนนี้เข้าไป จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ โดยลักษณะอาการมี 2 แบบ คือ แบบปอดอักเสบรุนแรง มีไข้สูง ไอ หนาวสั่น เรียกว่า โรคลีเจียนแนร์ และแบบที่มีลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ เรียกว่า ไข้ปอน ตีแอก หรือปอนเตียก ดังนั้น เราควรใส่ใจสุขภาพด้วยการหันมาทำความสะอาดแอร์กันเถอะค่ะ

ขั้นตอนการล้างแอร์

1. ปิดเบรกเกอร์เพื่อที่จะตัดไฟฟ้าในวงจรออก ถอดแผ่น FILTER แอร์ออกมาล้างน้ำเบาๆ แล้วผึ่งแดด

2. ถอดหน้ากากแอร์ ถึงขั้นนี้คุณจะเห็นแผงคอยล์เย็นที่อยู่ด้านใน เตรียมขันน้ำ 1 ใบ ใส่น้ำครึ่งขัน เติมผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจานลงไปเล็กน้อย

3. ใช้ไฟแช็คลนแปรงสีฟันเก่าบริเวณด้ามจับเพื่อดัดให้งอ ค่อนๆ ไปทางหัวแปรง

4. เอาแปรงสีฟันจุ่มลงในขัน แล้วแปรงที่คอยล์เย็น วิธีแปรงคือ แปรงลงตรงๆ จากบนลงล่างอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นครีบ (FIN) คอยล์เย็นจะพับลง ทำให้ลมไม่ออก และต้องระวังอย่างยิ่งคือ ครีบ (FIN) จะบาดหลังมือ หรือนิ้วได้ค่ะ

5. ส่วนใบพัดลมกรงกระรอกจะอยู่ลึกหลังคอยล์เย็น ส่วนใหญ่จะล้วงๆ ควักๆ กันไม่ได้ ต้องรื้อถาดรองน้ำหยดจากคอยล์เย็นออกมา ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็นหน่อยนะคะ เวลาถอดจำไว้ด้วยว่าถอดอะไรก่อนหลัง เดี๋ยวอะไหล่จะเหลือเอาได้

6. ถ้าคุณถอดถาดรองน้ำออกมาได้แล้ว ให้เอาคอตตอนบัดจุ่มน้ำหรือแช่ให้ชุ่ม จากนั้นแหย่เข้าไปในซี่พัดลมกรงกระรอก ปาดซ้ายขวาหลายๆ ครั้ง แล้วลองดึงคอตตอนบัดออกมาดูจะเห็นคราบดำปี๋ เช็ดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบ และสะอาด

7. ถ้าแอร์ตันมากๆ ก็ต้องใช้น้ำแรงดันสูงฉีด แต่การล้างด้วยปั๊มนี้ต้องเตรียมงานเยอะ ต้องมีผ้าพลาสติกรองน้ำที่ไหลออกมาขณะล้าง ต้องมีถังใส่น้ำที่ล้างออกมา ต้องเอาถุงก๊อบแก๊บไปหุ้มชุดคอนโทรล สรุปคือ ยุ่งยากกว่าแต่สะอาด

8. เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ให้ประกอบทุกอย่างกลับคืนให้เรียบร้อย เปิดเบรกเกอร์แล้วทดลองใช้งาน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้แอร์สะอาดๆ เหมือนเพิ่งซื้อเครื่องมาใหม่แล้วค่ะ

สำหรับวิธีการล้างแอร์ที่เราได้นำเสนอไป เพื่อนๆ สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง และใช้เวลาเพียง 30 นาที เท่านั้นก็เป็นอันเสร็จ เพียงเท่านี้คุณและทุกคนในบ้านก็ปลอดภัยจากเชื้อโรคที่มาจากแอร์ ไม่กลายเป็นโรคภูมิแพ้ จามฮัดเช้ย ฮัดเช้ย ทั้งวันอีกแล้วค่า……

Credit https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/